เนื่องจากมีข่าวการเสียชีวิตของเด็กหญิง ป.5 รายหนึ่งที่เสียชีวิตหลังจากได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ทำให้หลายคนอาจจะเพิ่งทราบว่ามีวัคซีนชนิดนี้อยู่ด้วยหรอ วันนี้แอดมินจึง มีความรู้ดีๆเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก มาฝากกันจ้า..

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร

อุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย พบสูงเป็นอันดับสองในหญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม คือ 19.8 คน ต่อแสนประชากรหญิง หรือในประชากรหญิงทุกห้าพันคนจะพบหนึ่งคนที่เป็นมะเร็งปากมดลูก โดยผู้หญิงไทยอายุ 45-70 ปี เป็นกลุ่มอายุท่ีพบผู้ป่วยสูงสุด สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีบุตรมาก หรือมีประวัติเป็นกามโรค เป็นต้น
แต่ปัจจัยที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งของการป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก คือ การติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Human Papillomavirus หรือเอชพีวี (HPV) ท่ีเนื้อเยื่อบุผิวปากมดลูก ทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเจริญผิดปกติ และเปลี่ยนเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกมีจริงหรือ?

ปัจจุบันมีการค้นพบเชื้อไวรัสเอชพีวีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มีไวรัสเอชพีวีประมาณ 40 สายพันธุ์ที่สามารถก่อโรคบริเวณเยื่อบุอวัยวะเพศ ทวารหนัก และปากมดลูก ไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ท่ีสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากท่ีสุดในไทย ประมาณร้อยละ 73.8 คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 จึงมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ขึ้น
สำหรับวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ
1) Quadrivalent vaccine ชื่อการค้าคือ Gardasil สามารถป้องกันได้ 4 สายพันธุ์คือ 6,11,16 และ 18
ขนาดและวิธีการใช้ : โดยจำนวนคร้ังที่ต้องได้รับวัคซีนขึ้นอยู่กับอายุของผู้ได้รับวัคซีน ขณะฉีดวัคซีนเข็มแรก ดังน้ี
  • หญิงที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุระหว่าง 9-13 ปี ฉีด 0.5 มล. เข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 ครั้ง โดยเข็มท่ีสองห่างจากเข็มแรก 6 เดือน
  • หญิงที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุต้ังแต่ 14 ปีขึ้นไป ฉีด 0.5 มล. เข้ากล้ามเน้ือ จำนวน 3 ครั้ง โดยเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มท่ีสามห่างจากเข็มแรก 6 เดือน*
2) Bivalent vaccine ช่ือการค้าคือ Cervarix เป็นวัคซีนเชื้อตาย สามารถป้องกันได้ 2 สายพันธ์ุ คือ 16 และ 18
ขนาดและวิธีการใช้ : จำนวนคร้ังที่ต้องได้รับวัคซีนขึ้นอยู่กับอายุของผู้ได้รับวัคซีน ขณะฉีดวัคซีนเข็มแรก ดังน้ี
  • หญิงท่ีได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุระหว่าง 9-14 ปี ฉีด 0.5 มล. เข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 คร้ัง โดยเข็มท่ีสองห่างจากเข็มแรก 6 เดือน
  • หญิงท่ีได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุต้ังแต่ 15 ปีข้ึนไป ฉีด 0.5 มล. เข้ากล้ามเน้ือ จำนวน 3 ครั้ง โดยเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 1-2.5 เดือน และเข็มที่สามห่างจากเข็มแรก 6 เดือน*

*หมายเหตุ : ข้อมูลจากเอกสารกำกับยา

ใครควรฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนเอชพีวีชนิดแรกเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2549 ปัจจุบันมีมากกว่า 50 ประเทศที่บรรจุให้วัคซีนเอชพีวีเป็นวัคซีนพื้นฐานอย่างน้อยสำหรับเด็กผู้หญิง ซึ่ง ประเทศไทยก็ได้ให้บริการวัคซีนดังกล่าวในนักเรียนหญิงชั้นป.5 ทุกคน เช่นกัน
วัคซีนนี้แนะนำให้ฉีดในผู้หญิงอายุระหว่าง 9-26 ปี โดย ควรให้วัคซีนให้ครบก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เนื่องจากประสิทธิภาพของ วัคซีนจะสูงหากไม่เคยได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวีหรือไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
ส่วนการให้วัคซีนในผู้หญิงอายุมากกว่า 26 ปีขึ้นไป ควรพิจารณาความเหมาะสมเป็นราย ๆ ไป และสำหรับผู้ชายก็สามารถฉีดวัคซีนนี้ได้เช่นกัน แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแนะนำชนิดวัคซีนเอชพีวีที่เหมาะสม
อาการข้างเคียงที่พบ ได้แก่ อาการปวดบวมบริเวณที่ฉีด ผื่นแดงคันบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดศีรษะ

ใครควรระวังการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

  • หญิงต้ังครรภ์(หากตั้งครรภ์ในขณะที่ยังได้วัคซีนยังไม่ครบให้เลื่อนไปให้วัคซีนหลังคลอดแล้ว)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนเอชพีวีมาก่อน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยีสต์(กรณีฉีดวัคซีนชนิดสี่สายพันธุ์)
แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้หญิงไทยอายุ 30 ปีขึ้นไปทุกคน ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อย่างน้อย 1 ครั้ง ทุก 5 ปี ถึงแม้จะเคยได้รับวัคซีนเอชพีวีไปแล้ว
เรียบเรียงโดย  อยู่กับยา

แหล่งข้อมูล : วัคซีนเอชพีวีความรู้เรื่องวัคซีน HPV (Human Papilomavirus Vaccine), แนวทางการดําเนินงานโครงการนําร่องให้บริการวคั ซีนป้องกันเอชพีวี ในนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Facebook Comments