ข่าวดีของวงการแพทย์โลก เมื่อสำนักงานบริหารผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติของจีนได้ให้การรับรองยาต้านไวรัสFavilavir (ฟาวิลาเวียร์) และนับเป็นยาต้านไวรัส COVID-19 ตัวแรกที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ

มาทำความรู้จักยา Favilavir กันก่อนดีกว่า

ขอบคุณภาพจาก https://nypost.com/2020/03/18/japanese-flu-drug-clearly-effective-in-treating-coronavirus-officials-say/

Favilavir เป็นยาต้านไวรัสที่จีนผลิตและพัฒนาภายใต้บริษัท Zhejiang Hisun Pharmaceutical เดิมยา Favilavir ชื่อ Favipiravir(ฟาวิพิราเวียร์) หรือที่รู้จักกันในชื่อ T-705 หรือ Avigan เป็นยาต้านไวรัสที่พัฒนาโดยบริษัทโตยามะเคมิคอล (富山化学工業) ของประเทศญี่ปุ่น มีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด ยานี้ได้รับอนุมัติให้ใช้ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 เพื่อใช้รักษาโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ยาอื่นไม่ได้ผล ซึ่งมีการใช้ยานี้ในช่วงที่มีการระบาดอย่างหนักของไวรัสอีโบลา (Ebola virus) ในแถบแอฟริกาตะวันตกช่วงปี พ.ศ. 2557 – 2559 

และปัจจุบันจีนได้นำมาศึกษาต่อเพื่อใช้รักษาโรค COVID-19 โดยทำการศึกษาประสิทธิภาพของยา Favilavir ในผู้ป่วย 70 ราย ที่โรงพยาบาลในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน พบว่า

ตัวยานี้มีประสิทธิภาพในการรักษา และมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยอยู่ในระดับ minor เท่านั้น

หลังจากนัั้นยา Favilavir ซึ่งเป็นยา generic version หรือยาสามัญ ที่ผลิตมาหลังจากยาต้นแบบ จึงได้รับการรับรอง และอนุมัติให้ใช้ในการรักษาโรคCOVID-19ในจีน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา…

ข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ยังระบุเพิ่มเติมคือ จากการทดลองทางคลินิก พบว่า ยา Favilavir เป็น 1 ใน 3 ยาต้านไวรัสที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ดีและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด นอกจากนี้จีนก็กำลังทดลองใช้ยาต้านมาลาเรีย Chloroquine และยา Remdesivir ของบริษัท Gilead เพื่อรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลมากกว่า 10 แห่งที่เมืองอู่ฮั่นอีกด้วย

กลไกการออกฤทธิ์ของยา Favilavir คืออะไร

เชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับการยับยั้งการคัดเลือกเอนไซม์ อาร์เอ็นเอโพลิเมอเรสที่ขึ้นกับอาร์เอ็นเอของไวรัส (RNA-dependent RNA polymerase) งานวิจัยอื่น ๆ รายงานว่ายา Favipiravir สามารถชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ในอาร์เอ็นเอที่ทำให้เกิดการตาย ซึ่งผลทำให้ฟีโนไทป์ของไวรัสไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้

Favilavir หรือ Favipiravia เป็น prodrug หรือสารไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา จะถูกกระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายเผาผลาญไปเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้คือ Favipiravir-ribofuranosyl-5′-triphosphate (Favipiravir-RTP) โดยยานี้จะถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ดีเกือบสมบูรณ์ เกิดระดับยาสูงสุดภายใน 1 ชั่วโมง (ช่วงตั้งแต่ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง)

มีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ยาผ่านรกและขับออกทางน้ำนมได้ ยามีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องและอาจทำให้ลูกในท้องพิการได้โดยเฉพาะเมื่อได้รับยาในขนาดสูง 

ยา Favilavir ความหวังสำหรับใช้รักษาโรค COVID-

เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว Xinhuathai รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยว่าจีนดําเนินการ ทดลองทางคลินิกกับยา Favipiravir ซึ่งแสดงประสิทธิผลทางการรักษาโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในระดับดี

โดยผู้ป่วยโรคโควิด-19 จํานวนมากกว่า 80 ราย ที่เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกในโรงพยาบาลประชาชนแห่งที่ 3 ของ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ โดยมีผู้ป่วยได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ 35 ราย และผู้ป่วยกลุ่มควบคุม (Control group) อีก 45 ราย การทดลองดังกล่าวพบว่า

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ มีผลการตรวจหาไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่ กลายเป็นลบในระยะเวลาอันสั้นกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยา Favipiravir

 

ส่วนสถานการณ์ในไทย นายแพทย์ ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่าขณะนี้ประเทศไทยมียา Favipiravir อยู่ประมาณ 50,000 เม็ดและจะกระจายไปทั่วประเทศ ถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19  แต่อย่างน้อยก็ยังมียา Favipiravir เป็นความหวังในการรักษาของคนทั่วโลก

แปลและเรียบเรียงโดย อยู่กับยา

แหล่งที่มา : คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล, xinhuathaisagisagpharmaceutical-technology 

Facebook Comments