วันก่อนมีพี่ที่รู้จัก inbox มาถามแอดมินค่ะว่า ตอนนี้คุณหมอให้ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าอยู่ สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้มั้ย จะมีผลอย่างไรหรือเปล่า วันนี้แอดมินจึงไปหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ 

มาทำความรู้จักกับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าหรือ Rabies vaccines กันก่อนดีกว่า

Rabies 3

วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าหรือ Rabies vaccines เป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า โดยผลิตขึ้นมาจากเชื้อไวรัสเรบี(Rabies)ที่ตายแล้ว และเมื่อเข้าไปในร่างกาย เชื้อจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไวรัสเรบี(Rabies)

การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันมาก่อน ต้องฉีดทั้งหมด 5 เข็มด้วยกัน และคนไข้ควรได้รับวัคซีนภายใน 48 – 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัส ควรฉีดวัคซีน 3 ครั้งแรกตรงตามนัด (Day 0-3-7) จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันโรคหลังสัมผัสโดยต้องฉีดให้ครบ 3 ครั้ง ภายใน 14 วัน แต่ 2 เข็มหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันอยู่นานขึ้น

ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ดื่มแอลกอออล์มีผลต่อยาหรือไม่

คำตอบคือ ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของยา แต่แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่าค่ะ เนื่องจากอาจทำให้สังเกตอาการผิดปกติหรือผลข้างเคียงจากวัคซีนได้ยาก ซึ่งผลข้างเคียงที่อาจพบได้ระหว่างฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า มีดังนี้

  • วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
  • มีอาการบวมแดงหรือรู้สึกปวด บริเวณที่ฉีดวัคซีน
  • เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ และข้อ
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง
  • มีอาการเหนื่อย หรืออ่อนแรงมากผิดปกติ

 

ยาอะไรที่ไม่ควรรับประทาน ระหว่างฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า

จากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำว่า ไม่ควรรับประทานยาประเภทกดภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่างเช่น ยากลุ่ม Steroids, ยา Chloroquine (ยาต้านมาลาเรีย) และยามะเร็ง เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของวัคซีนลดลง และยังมีผลต่อการติดเชื้อร่วมด้วยค่ะ ดังนั้นหากกำลังรับประทานยากลุ่มดังกล่าวอยู่แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยจะดีที่สุดนะคะ

rabies

อ่านเพิ่มเติม เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนหลังสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าได้ ที่นี่

แปลและเรียบเรียงโดย อยู่กับยา

แหล่งที่มา : World Health Organizationrxlist, สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

Facebook Comments