วันนี้มีคำถามจากแฟนเพจเกี่ยวกับการรับประทานยาฉุกเฉิน ถามเกี่ยวกับการมาของประจำเดือนหลังจากรับประทานยาคุมฉุกเฉิน ผ่านไปแล้ว 8 วัน ประจำเดือนยังไม่มาเลย ผิดปกติหรือเปล่าคะ ?

เชื่อแน่ว่าน่าจะมีสาวๆอีกหลายคน ที่มีปัญหาคับข้องใจคล้ายๆกันกับน้องคนนี้ ดังนั้น แอดมินจึงขออนุญาตใช้กรณีศึกษานี้ อธิบายข้อสงสัยเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินให้สาวๆหรือแม้แต่หนุ่มๆได้ทราบเป็นความรู้เลยละกันค่ะ

มาทำความรู้จักกับยาคุมฉุกเฉินกันก่อนดีกว่า

ยาคุมฉุกเฉินมีข้อบ่งใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

คำว่า “ฉุกเฉิน”ในที่นี้หมายความถึง การมีเพศสัมพันธ์ในคู่สามีภรรยา ที่มีการวางแผนครอบครัว และทำการป้องกันการตั้งครรภ์ แต่เกิดความผิดพลาดจากวิธีคุมกำเนิดที่ใช้ เช่น การรั่วหรือฉีกขาดของถุงยางอนามัย การลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป หรือใช้ในกรณีผู้หญิงที่ถูกข่มขืน เป็นต้น

แต่บางคนอาจยังมีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับข้อบ่งใช้ของยาคุมฉุกเฉินกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นใช้ยาคุมฉุกเฉินเพื่อคุมกำเนิดระยะยาวได้, ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาทำแท้ง, ยาคุมฉุกเฉินป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้, ยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้ทารกพิการได้หากรับประทานไปโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ ไม่เป็นความจริง!!! แต่อย่างใดค่ะ

รับประทานยาคุมฉุกเฉินอย่างไร ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

สาวๆทุกคนควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน อย่างน้อยที่สุดคือไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และรับประทานเม็ดที่ 2 หลังจากเม็ดที่ 1 ภายใน 12 ชั่วโมง และไม่แนะนำให้รับประทานยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่องต่อเดือน

เพราะการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อยๆ อาจมีผลรบกวนรอบเดือนปกติ ระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้นในร่างกาย อาจส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก นอกจากนี้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดยังต่ำกว่าการใช้ยาคุมกำเนิดแบบปกติอีกด้วย

ในปัจจุบันมีรายงานว่า การรับประทานยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด ในครั้งเดียว มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากรับประทานยาคุมฉุกเฉินแบบครั้งละ 1 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการผลิตยาคุมฉุกเฉินแบบปริมาณสูงเป็นสองเท่าของแบบแรก ให้รับประทานเพียงเม็ดเดียว ครั้งเดียวไปเลย เพื่อให้สะดวกขึ้นและลดการลืมรับประทานยาเม็ดที่ 2 แต่อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงก็สามารถเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

รับประทานยาคุมฉุกเฉิน แล้วประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่

การรับประทานยาคุมฉุกเฉินอาจส่งผลให้รอบเดือนคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งโดยปกติรอบเดือนหรือประจำเดือนอาจจะมาช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 7 วัน ดังนั้น หากเลือดที่ออกมาหลังจากรับประทานยาคุมฉุกเฉินอยู่ในช่วงรอบเดือนมาพอดี อาจจะเป็นเลือดประจำเดือนได้

แต่หากเลือดที่ออกมาไม่ได้อยู่ในช่วงที่รอบเดือนมา อาจเป็นผลข้างเคียงจากยา เนื่องจากในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน อาจมีผลข้างเคียงทำให้เลือดออกออกกะปริบกะปรอยได้ ซึ่งเลือดที่ออกดังกล่าวสามารถหายไปได้เอง ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาใดๆ

จากที่กล่าวมาข้างต้นก็น่าจะพอได้คำตอบให้น้องแฟนเพจแล้วว่า หากน้องรับประทานยาคุมฉุกเฉินถูกวิธี และช่วงที่ประจำเดือนมาไม่ได้ตรงกับช่วง 7 วันหลังรับประทานยาคุมฉุกเฉิน เป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ประจำเดือนของน้องยังไม่มา เพราะยังไม่ถึงรอบเดือนนั่นเองค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม การรับประทานยาคุมฉุกเฉินนั้น ไม่ได้ช่วยให้ไม่ตั้งครรภ์ได้ 100 เปอร์เซนต์ ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์แบบตั้งใจ จึงควรใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นแทน เช่น สวมถุงยางอนามัย จะปลอดภัยกว่านะคะ

เรียบเรียงโดย  อยู่กับยา

แหล่งที่มา : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Facebook Comments