ในปัจจุบันปัญหา “การนอนไม่หลับ” ถือว่าเป็นปัญหาทั่วไป ที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งผู้คนต่างๆ ก็พยายามหาวิธีที่จะทำให้ตนเองพ้นจากภาวะดังกล่าว โดยหนึ่งในทางเลือกที่นิยมกันในปัจจุบันนี้ คือ การรับประทานอาหารเสริมเมลาโทนิน

เมลาโทนิน คืออะไร ???

Melatonin Structure
โครงสร้างทางเคมีของเมลาโทนิน

เมลาโทนิน (Melatonin) คือ  ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ ถูกผลิตและปลดปล่อยออกมาจากต่อมไพเนียล (Pineal gland) มีหน้าที่ในการส่งสัญญาณการนอนหลับให้แก่ร่างกาย
การผลิตและปลดปล่อยเมลาโทนินนั้นจะขึ้นกับช่วงเวลาของวัน ซึ่งระดับเมลาโทนินจะสูงขึ้นในเวลากลางคืน และลดต่ำลงในเวลากลางวัน โดยการที่เราได้รับแสงในเวลากลางคืนมีผลยับยั้งการผลิตเมลาโทนินในสมองได้

Circadin® (Melatonin 2 mg) ยาเมลาโทนินซึ่งถูกขึ้นทะเบียนในไทยให้เป็นยาอันตราย

ในประเทศไทย เมลาโทนิน ถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาอันตราย ในชื่อการค้า Circadin®* ซึ่งมีตัวยาสำคัญคือ Melatonin 2 mg มีข้อบ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะการนอนไม่หลับปฐมภูมิ (Primary Insomnia)** ที่มีอายุ 55 ปี ในระยะสั้น (ระยะเวลาการใช้ยาติดต่อกันไม่เกิน 13 สัปดาห์) เช่นเดียวกับหลายประเทศในแถบยุโรป

ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ให้เมลาโทนิน ขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริม (Dietary Supplement) ซึ่งไม่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคเหมือนดังเช่นเมลาโทนินในประเทศไทย

* ยา Circadin® เป็นยาในรูปแบบ Prolonged release tablet ควรรับประทานยาทั้งเม็ดครั้งเดียว ไม่ควรหัก บด หรือแบ่งยาก่อนรับประทาน
** ภาวะการนอนไม่หลับปฐมภูมิ (Primary Insomnia) คือ ภาวะการนอนไม่หลับ ที่ไม่ได้เป็นผลมาจากการใช้ยา, อาการทางจิตประสาท หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น Jet lag หรือความไม่สบายใจบางอย่าง เป็นต้น

+ เมลาโทนินและผลต่อการนอนหลับ + 

Sleep with Clock

จากการศึกษาเมลาโทนินต่อผลการนอนหลับเมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก (Placebo) พบว่าเมลาโทนินมีประสิทธิภาพในการช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้นในผู้ทดลอง ดังนี้

  • ระยะเวลาตั้งแต่การปิดไฟจนเข้าสู่ระยะการหลับ (Sleep latency) ลดลง คือการที่ผู้ทดลองได้รับเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับได้ไวขึ้น
  • ระยะเวลาการนอนรวมทั้งหมด (Total sleep time) เพิ่มขึ้น คือการที่ผู้ทดลองได้รับเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับได้นานขึ้น
  • คุณภาพในการนอน (Quality of sleep) ดีขึ้น
  • จำนวนครั้งของการตื่นระหว่างนอนหลับ (Number of awakenings) ลดลง
  • ความตื่นตัวในตอนเช้า (Morning alertness) ดีขึ้น

อาการข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้จากการใช้เมลาโทนิน

  • ปวดศีรษะ (Headache)
  • เยื่อบุโพรงจมูกและลำคออักเสบ (Nasopharyngitis)
  • ปวดหลัง (Back pain)
  • ปวดข้อ (Arthralgia)
  • ง่วงซึม (Drowsiness) หากได้รับเมลาโทนินในปริมาณที่สูงเกินไป
  • เลือดออกผิดปกติ (Bleeding disorder)
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น (Diabetes)
  • ความดันเลือดสูงขึ้น (High blood pressure)
  • กระตุ้นอาการชักในผู้ป่วยลมชัก (Seizure)

การใช้เมลาโทนินในผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม

  • ผู้ป่วยเด็ก หรือวัยรุ่นที่มีอายุ < 18 ปี: ยังไม่มีผลการศึกษาความปลอดภัยในผู้ป่วยเด็กหรือวัยรุ่นที่มีอายุ < 18 ปี จึงไม่แนะนำให้ใช้เมลาโทนินในผู้ป่วยกลุ่มนี้
  • ผู้ป่วยสูงอายุ: ผู้ป่วยสูงอายุจะสามารถกำจัดเมลาโทนินได้ลดลง จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ผู้ป่วยโรคไต: ผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตลดลง พบว่าไม่มีผลต่อการกำจัดเมลาโทนินออกจากร่างกาย แต่จากสภาวะของร่างกาย การใช้เมลาโทนินควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ผู้ป่วยโรคตับ: ผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับลดลง จะสามารถกำจัดเมลาโทนินได้ลดลง จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ผู้ป่วยตั้งครรภ์ และผู้ป่วยให้นมบุตร: ยังไม่มีผลการศึกษาความปลอดภัยในผู้ป่วยตั้งครรภ์ และ/หรือผู้ป่วยให้นมบุตร จึงไม่แนะนำให้ใช้เมลาโทนินในผู้ป่วยกลุ่มนี้

การใช้เมลาโทนินร่วมกับยาอื่น

เมลาโทนินถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยใช้เอนไซม์ในตับ เช่นเดียวกับยาอื่นๆ หลายชนิด จึงอาจมีผลทำให้เมลาโทนินในร่างกายถูกกำจัดลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ ตัวอย่างยาที่มีผลได้แก่

  • ยา Cimetidine และยาฆ่าเขื้อในกลุ่ม Quinolone มีผลทำให้ระดับเมลาโทนินในร่างกายสูงขึ้นได้
  • ยา Carbamazepine และ ยา Rifampicin  มีผลทำให้ระดับเมลาโทนินในร่างกายลดต่ำลงได้

ดังนั้นการใช้เมลาโทนินในผู้ป่วยที่ใช้ยาอื่นๆ ร่วมด้วยจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร

+ ควรใช้เมลาโทนินหรือไม่ หากนอนไม่หลับ +

จากการศึกษาพบว่าเมลาโทนินมีประสิทธิภาพในการช่วยเรื่องการนอนไม่หลับ ในผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าวได้จริง แต่เมลาโทนินก็มีอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย ร่วมกับมีผลต่อยาอื่นๆ ที่ใช้เป็นยาประจำตัวของผู้ป่วยได้ ก่อนใช้เมลาโทนินจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายของผู้ป่วย และไม่แนะนำให้ผู้ป่วยซื้ออาหารเสริมเมลาโทนินจากต่างประเทศมารับประทานเอง เนื่องจากอาหารเสริมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยถือว่าเป็นอาหารเสริมผิดกฎหมาย อาจทำให้ได้รับอันตรายจากการใช้อาหารเสริมดังกล่าวได้

ทางเลือกอื่นๆ หากนอนไม่หลับ

Fruit high of vitamin

  • การรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามิน และกรดอะมิโน Tryptophan สูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิต Melatonin ภายในร่างกาย เช่น กล้วย, ข้าวโอ๊ต, สับปะรด, ส้ม, มะเขือเทศ, เชอรี่ และถั่ว เป็นต้น
  • การมีสุขอนามัยการนอนที่ดี (Sleep hygiene)
    • การเข้านอนและตื่นในเวลาเดียวกันทุกวัน
    • การทำให้สภาวะห้องนอนเงียบ ปิดไฟ ผ่อนคลาย และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม
    • ไม่ดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ระหว่างเข้านอน
    • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือมีแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน
    • ออกกำลังกายทุกวัน จะช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือเภสัชกร เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

แปลและเรียบเรียงโดย : อยู่กับยา

แหล่งข้อมูล: Meta-analysis: melatonin for the treatment of primary sleep disorders.Melatonin: In DepthMelatonin and SleepCircadin (MIMS)Circadin Product information (1)Circadin Product information (2)Tips for Better Sleep

Facebook Comments