“คุณหมอพูดใหม่สิครับ ผมจำไม่ได้” ประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ เวลาจ่ายยา …

นั่นแสดงให้เห็นว่า ประเด็นที่ผู้ป่วยเข้าใจ อาจไม่ตรงกันกับที่เภสัชกรต้องการสื่อ และปัญหาที่ตามมาก็คือ ผู้ป่วยกินยาผิด เนื่องจากผู้ป่วยมักจะ “จำ” ที่เภสัชกรพูดหรืออธิบายขณะจ่ายยา มากกว่า “อ่าน” จากฉลากหน้าซองก่อนรับประทานยา

 แต่สิ่งที่เภสัชกรมักจะย้ำเสมอทุกครั้งเวลาจ่ายยา คือ

ให้ผู้ป่วยอ่านฉลากหน้าซองยาทุกครั้งก่อนรับประทานยา เพื่อป้องกันการรับประทานยาผิดวิธี

ซึ่งผู้ป่วยอาจมองข้ามไป ดังนั้น วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าค่ะว่า อะไรบ้างที่เราควรรู้เกี่ยวกับการอ่านฉลากยา

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการอ่านฉลากยา

ฉลากยา มีเพื่อให้เกิดการใช้ยาได้ถูกคน ถูกโรค และถูกวิธี แต่ผู้ป่วยหลายคนกลับมองไม่เห็นความสำคัญ ทำให้เกิดการใช้ยาไม่ถูกต้อง และไม่ปลอดภัย ซึ่งนอกเหนือจากการบอกชื่อยาและวิธีใช้แล้ว ฉลากหรือเอกสารกำกับยา ยังแสดงถึงอาการข้างเคียงจากการใช้ยา ข้อควรระวังหรือข้อห้ามใช้ยานั้นอีกด้วย ซึ่งข้อมูลโดยทั่วไปบนฉลากยา ที่เรามักพบเจอตามโรงพยาบาล ร้านขายยา มีดังนี้

  • ชื่อและนามสกุลของผู้ป่วย เพื่อประโยชน์ในการส่งมอบยาให้ถูกคนและถูกโรค

ฉลากยา1

  • ชื่อยา  ชื่อสามัญทางยา  เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับยาที่ตนเองแพ้ และเพื่อลดการกินยาซ้ำซ้อน หรืออาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด

ฉลากยา2

  • วิธีใช้ และข้อบ่งใช้ เพื่อให้ทราบเหตุผลของการใช้ยา และขนาดการใช้ยาที่ถูกต้องเหมาะสมกับโรคของตนเอง

ฉลากยา3

  • วันผลิตและวันหมดอายุ  ช่วยให้หลีกเลี่ยงอันตรายจากการใช้ยาที่หมดอายุหรือยาที่เสื่อมคุณภาพแล้ว

Expiry Date Tablet

  • ผลข้างเคียง ข้อห้ามใช้และคำเตือน เป็นข้อความที่ผู้ป่วยควรให้ควรสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจส่งผลถึงความปลอดภัยในการใช้ยาได้

ฉลากยา4

  • อื่นๆ เช่น เลขทะเบียนตำรับยา, ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต เพื่อให้มั่นใจว่า ยานั้นได้ผ่านการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว และหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับยาของบริษัทนั้นๆ สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อร้องเรียนได้

ฉลากยา5

บางครั้งผู้ป่วยมักจะทิ้งซองยา แล้วเอาแผงยาหลายๆชนิดมารวมไว้ในซองเดียวกัน เพราะอาจจะด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากพกยาทีละหลายๆซอง แต่หารู้ไม่… การกระทำดังกล่าวนำมาซึ่งปัญหาของการกินยาไม่ถูกวิธีนะคะ

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา อย่าทิ้งซองยาและควรอ่านฉลากยาให้ถี่ถ้วนทุกครั้งค่ะ

เรียบเรียงโดย อยู่กับยา

แหล่งที่มา : FDAThai

Facebook Comments