“คุณหมอพูดใหม่สิครับ ผมจำไม่ได้” ประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ เวลาจ่ายยา …
นั่นแสดงให้เห็นว่า ประเด็นที่ผู้ป่วยเข้าใจ อาจไม่ตรงกันกับที่เภสัชกรต้
“คุณหมอพูดใหม่สิครับ ผมจำไม่ได้” ประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ เวลาจ่ายยา …
นั่นแสดงให้เห็นว่า ประเด็นที่ผู้ป่วยเข้าใจ อาจไม่ตรงกันกับที่เภสัชกรต้
ถ้าใครติดตามข่าวสุขภาพ น่าจะพอทราบว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังรณรงค์ให้โรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัดเข้มงวดเรื่องการป้องกันและควบคุมการดื้อยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะ (Antimicrobial Resistance : AMR) และส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use : RDU) โดยเน้นผู้บริหารให้ความสำคัญแก่บุคลากรที่จบใหม่เห็นความสำคัญของ RDU นอกจากนี้ยังสนับสนุนการใช้ยาสมุนไพรทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ฟ้าทะลายโจร รักษาหวัด ขมิ้นชัน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ยาเหลืองปิดสมุทร รักษาอุจจาระร่วงอีกด้วย

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 แบบนี้ คงไม่ใช่แค่งานด้านไอทีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลเท่านั้น เพราะปัจจุบันทุกหน่วยงานต่างพัฒนาให้องค์กรของตนก้าวทันเทคโนโลยีกันทั้งสิ้น ด้านสุขภาพและการใช้ยาก็เช่นกันเดียวกัน วันนี้ทีมงานอยู่กับยา มีแอปพลิเคชันดีๆที่จะช่วยให้คุณรอบรู้เรื่องยามากขึ้นด้วยตัวเอง แอปพลิเคชันนี้ชื่อว่า “RDU รู้เรื่องยา” ค่ะ

เคยสงสัยมั้ยคะว่า ทำไมตอนจ่ายยาเภสัชกรต้องถามว่า กำลังให้นมบุตร อยู่หรือเปล่า? การให้นมบุตร สัมพันธ์กับการกินยาอย่างไร ทำไมคนไข้ที่ให้นมบุตรต้องแจ้งแพทย์ด้วยทุกครั้งเวลาไปโรงพยาบาล วันนี้ทีมงานอยู่กับยา จะมาช่วยไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันค่ะ
ช่วงนี้อากาศมีอุณหภูมิลดต่ำลงเรื่อยๆ บางคนอาจรู้สึกดีใจเพราะจะได้หยิบเสื้อกันหนาวที่แขวนไว้ในตู้ออกมาใส่ซักที แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับการแพ้อากาศอยู่ขณะนี้ คงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
รู้มั้ยคะว่า เหตุผลที่เภสัชกรมักจะถามสาวๆที่ไปซื้อยาที่ร้านยา หรือรับยาที่โรงพยาบาลว่า “คุณตั้งครรภ์หรือเปล่า?” เพราะอะไร .. บางคนอาจจะรู้สึกไม่พอใจคิดว่า ถามแบบนี้เพราะคิดว่าฉันอ้วนรึป่าว? เภสัชกรขอบอกตรงนี้เลยค่ะว่า พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณสาวๆรู้สึกเช่นนั้น แต่ที่ต้องถามไปเพราะว่า “เป็นห่วง” นะคะ เพราะหากคุณสาวๆตั้งครรภ์จริง ๆ แล้วลืมแจ้งคุณหมอ อาจทำให้คุณหมอสั่งยาที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้
ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตามหน้าfeedของเฟสบุคเต็มไปด้วยการขายของไม่ว่าจะขายครีม ขายผ้าห่ม ขายชุดชั้นในหรือแม้แต่ขายยาลดน้ำหนัก และวันก่อนไปอ่านเจอเฟสบุคของหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอโพสต์เกี่ยวกับการรีวิวอันตรายจากยาลดน้ำหนัก น่าสนใจดีเลยคลิกเข้าไปอ่าน พบว่าเป็นข้อมูลที่สาวๆหลายคนควรอ่านเลยทีเดียว เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ สำหรับสาวคนไหนที่อยากสวยทันใจ แต่ไม่อยากเสียเหงื่อออกกำลังกายนั่นเองค่ะ
เวลาไปโรงพยาบาลหรือร้านยา เคยสงสัยกันมั้ยคะว่า ทำไมเวลาจ่ายยาเมโทรนิดาโซล เภสัชกรถึงต้องห้ามไม่ให้กินยานี้ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ บางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจฟังหรือไม่ใส่ใจกับคำแนะนำดังกล่าว แต่ที่เภสัชกรต้องแนะนำแบบนั้น เพราะมันอาจทำให้เกิดพิษ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นะคะ
ยาน้ำเด็กที่เห็นในโรงพยาบาลหรือขายกันตามร้านยานั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำเชื่อม ยาน้ำแขวนตะกอน หรือยาฆ่าเชื้อชนิดผงแห้งเวลาจะนำมาใช้ต้องผสมน้ำ เป็นต้น และทราบหรือไม่ว่า ยาน้ำแต่ละรูปแบบก็มีวิธีการเก็บรักษาที่ต่างกัน… วันหมดอายุ(expiration date) คืออะไร? วันหมดอายุหรือวันสิ้นอายุของยา(expiry date หรือ expiration date) อาจใช้ตัวย่อว่า EXP, Exp. date คือวันที่กำหนดอายุการใช้ยา สำหรับยาที่ผลิตในแต่ละครั้ง เพื่อแสดงว่ายาดังกล่าวมีคุณภาพมาตรฐานตามข้อกำหนดตลอดช่วงระยะเวลาก่อนถึงวันสิ้นอายุของยา ซึ่งการกำหนดวันหมดอายุและสภาวะการจัดเก็บยา เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาความคงตัวของตัวยานั่นเอง เก็บยาน้ำเด็กอย่างไรให้ถูกวิธี หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเภสัชกรถึงแนะนำการเก็บยาน้ำเด็กแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลย ยาน้ำบางตัวเช่น ยาน้ำลดไข้พาราเซตามอล แนะนำว่าเปิดแล้วไม่จำเป็นต้องแช่เย็น แล้วทำไมยาฆ่าเชื้อที่เป็นผงแห้งละลายน้ำ ต้องเก็บใส่ตู้เย็น วันนี้ทีมงานอยู่กับยาจะมาไขข้อสงสัยให้ทราบกันค่ะ ในกรณีของยาปฏิชีวนะที่ต้องผสมน้ำ เมื่อผสมผงยากับน้ำไปแล้วสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 7 วัน ที่อุณหภูมิห้อง แต่ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น*จะสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 14 วัน หากเก็บนานกว่านี้อาจจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงจนรักษาไม่ได้ผล *หมายเหตุ กรณียาที่ระบุว่าให้ เก็บยาไว้ในตู้เย็น ห้ามแช่แข็ง หมายถึงให้เก็บในตู้เย็นช่องปกติ ไม่ควรเก็บที่ชั้นใกล้ช่องแช่แข็ง เพราะมีความเย็นจัดจนทำให้เป็นน้ำแข็งและเกิดการตกตะกอนได้ นอกจากนี้ไม่ควรเก็บยาที่ประตูตู้เย็น เพราะอุณหภูมิอาจไม่เย็นพอ จากการที่มีการเปิด – ปิด ประตูตู้เย็นบ่อยๆ ในกรณีของยาน้ำโดยทั่วไป ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 6 … Read more
วันก่อนมีผู้ป่วยที่กินยาวาร์ฟารินมาด้วยค่าเลือด(INR) ที่สูงกว่าค่าปกติ (มากกว่า 3) ซึ่งแพทย์ส่งมาปรึกษาว่าสามารถเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง.. จากที่ใช้เวลาคุยกับผู้ป่วยซักพัก จึงทราบว่า อาหารที่ผู้ป่วยรับประทานเป็นประจำมีส่วนผสมของขิงอยู่ด้วยทุกมื้ออาหาร เนื่องจากลูกสาวของผู้ป่วยกำลังให้นมลูก ซึ่งปัญหาของลูกสาวคือ น้ำนมมาน้อย จึงต้องทำอาหารที่มีขิงผสมอยู่ด้วยให้ลูกสาวกินตลอด ตนจึงต้องกินด้วย