เคยสงสัยมั้ย? ว่าทำไมยาบางตัวกินแล้วปัสสาวะมีสีเปลี่ยนไป
นอกจากการจ่ายยาแล้ว.. อีกหนึ่งบทบาทของเภสัชกร คือ ช่วยแพทย์หรือพยาบาลค้นหา “DRP, Drug Related Problems” หรือ ปัญหาที่เกี่ยวกับยา และปัญหาที่คุ้นเคยของเภสัชกรที่มักจะได้ค้นหานั่นก็คือ คนไข้กินยาตรงตามแพทย์สั่งหรือไม่? นอกจาการนับเม็ดยาเพื่อประเมินความร่วมมือในการใช้ยาของคนไข้แล้ว อีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยสังเกตหรือดูว่าคนไข้พูดความจริงหรือไม่ เพราะอาจมีบางคนที่บอกว่า กินยาทุกวันตามแพทย์สั่ง แต่ความจริงแล้วไม่ได้กินก็มี นั่นคือ “การสังเกตสีของปัสสาวะคนไข้ค่ะ” เพราะสีของปัสสาวะ สามารถบอกได้ว่า “คนไข้พูดความจริงหรือโกหก” ยารักษาโรคบางอย่าง เช่น ยาวัณโรค เป็นยาที่ต้องกินทุกวันห้ามลืมกินเด็ดขาด เพราะถ้าลืมกินเชื้อวัณโรคอาจดื้อยาได้ ทำให้ต้องปรับสูตรการรักษาใหม่ ดังนั้น เภสัชกรทุกคนจึงต้องกำชับคนไข้เสมอว่า “ห้ามลืมกินยา” และบางครั้งต้องมีคนยืนเฝ้าหรือคอยสังเกตดูตอนที่คนไข้วัณโรคกินยา ว่ากลืนลงคอแล้วจริงหรือเปล่า? ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ในการใช้ยาของคนไข้ค่ะ… มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปัญหาการใช้ยาของคนไข้รายหนึ่ง แพทย์ได้ปรึกษาเภสัชกรเพื่อให้ดูความร่วมมือในการใช้ยาวัณโรคของคนไข้ เพราะแพทย์สังเกตเห็นว่า “ปัสสาวะของคนไข้ไม่ได้เป็นสีส้มแดง” และผลการรักษาไม่ตอบสนองต่อยาวัณโรคสูตรที่คนไข้ได้รับ แพทย์จึงสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร? ซึ่งเภสัชกรต้องมีหน้าที่ช่วยเหลือแพทย์ในการหาปัญหาเกี่ยวกับยา หลังจากซักประวัติหรือคุยกับคนไข้เรียบร้อยแล้วจึงพบว่า คนไข้ไม่ได้กินยาทุกวันตามแพทย์สั่งนั่นเองค่ะ อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจกำลังงงว่า แล้วมันยาอะไรทำไมกินแล้วต้องปัสสาวะสีส้มแดง? ยาตัวนั้นชื่อ Rifampicin เป็นยารักษาวัณโรคค่ะ 🙂 ทำไมยา Rifampicin ถึงทำให้ปัสสาวะมีสีส้มแดง? ยา Rifampicin (Rifampin) … Read more