FDA อนุมัติให้ Talicia เป็นยารักษาแผลในกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อ H. Pylori

โดย Boontharika Boonchaisaen

โรคกระเพาะอาหาร เป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตของทุกเพศ ทุกวัย โดยผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องกลางท้องช่วงบน ลักษณะการปวดคือรู้สึกปวดแน่น หรือแสบร้อนสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เช่น หลังรับประทานอาหารอาการปวดท้องจะดีขึ้นหรือแย่ลง บางคนมีอาการอิ่มง่าย อิ่มเร็ว

ระยะเวลาของการปวดอาจเป็นวันหรือเป็นเดือน หรือมีลักษณะเป็นๆหายๆ ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกที่กระเพาะอาหาร, กระเพาะอาหารทะลุ, กระเพาะอาหารอุดตัน, มะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยก็อาจเสียชีวิตได้

โรคกระเพาะอาหาร สามารถเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

กระเพาะอาหารอักเสบ1 01

โรคกระเพาะอาหารสามารถเกิดได้หลายสาเหตุ ดังนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร (H. Pylori)
  • รับประทานยาแก้ปวดชนิดที่กัดกระเพาะอาหาร
  • รับประทานยาต้านเกล็ดเลือด
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • ความเครียด
  • รับประทานอาหารรสเผ็ด
  • รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา

และสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด นั่นคือ การติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร (H. Pylori) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะอาศัยอยู่ภายในระบบทางเดินอาหาร ติดต่อระหว่างคนสู่คน เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และทำให้เกิดการอักเสบ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่บางราย เชื้ออาจทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย

ยาที่ใช้ในการรักษา แผลในกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อ H. Pylori

Omeprazole

ปัจจุบันสูตรยากำจัดเชื้อ H. pylori มีด้วยกันมากมายหลายสูตร อ้างอิงจากข้อมูล วารสารวงการแพทย์ สรุปได้ดังนี้

  • Standard triple therapy ใช้ยา PPI bid +amoxicillin 1 gm bid (or metronidazole) + clarithromycin 500 mg bid โดยรับประทานต่อเนื่องกัน 7-14 วัน
  • Sequential therapy ใช้ยา PPI bid + amoxicillin 5-7 วันแรก แล้วตามด้วย PPI bid + clarithromycin (or levofloxacin*) + metronidazole (or tinidazole) 500 mg bid อีก 5-7 วัน
  • Concomitant therapy ใช้ยา PPI bid + amoxicillin + clarithromycin (or levofloxacin*) + metronidazole (or tinidazole) 500 mg bid ติดต่อกัน 10-14 วัน
  • Bismuth-quadruple therapy ใช้ยา PPI bid + bismuth salt qid + metronidazole 250 mg tid or 500 mg qid + tetracycline 500 mg qid ติดต่อกัน 10-14 วัน
  • Hybrid therapy เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการดื้อยาสูงทั้ง clarithromycin และ metronidazole โดยใช้ยา PPI bid + amoxicillin 7 วันแรก ตามด้วย PPI bid + amoxicillin 1 gm bid + clarithromycin + metronidazole (or tinidazole) 500 mg bid อีก 7 วัน
  • Levofloxacin triple therapy ใช้ยา PPI bid + amoxicillin 1 gm bid + levofloxacin 500-1,000 mg OD ติดต่อกัน 10-14 วัน

(*หมายเหตุ เลือกใช้ levofloxacin ในพื้นที่ที่มีการดื้อยา clarithromycin สูงเกินร้อยละ 20)

จากการศึกษา พบว่า หากรับประทานยาสูตร standard triple therapy เป็นระยะเวลา 10-14 วันติดต่อกัน ให้ผลการกำจัดเชื้อได้ดีกว่าการรับประทานยาเพียง 7 วัน นอกจากนี้ สูตรยา standard triple therapy มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับสูตรยา bismuth-quadruple therapy

สำหรับสูตรยาแบบ sequential therapy นั้น พบว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า standard triple therapy ที่รับประทานเพียง 7 วัน แต่มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับ standard triple therapy ที่รับประทานยานาน 10-14 วัน และดีเทียบเท่ากับสูตร concomitant therapy เป็นต้น

ปัจจุบัน FDA อนุมัติให้ Talicia เป็นยารักษาแผลในกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อ H. Pylori

ขอบคุณภาพจาก https://www.timesofisrael.com/

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา FDA ได้อนุมัติให้ยา Talicia ผลิตโดยบริษัท RedHill Biopharma Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศอิสราเอล

Talicia เป็นยาสูตรผสมระหว่าง amoxicillin 250 mg , omeprazole (PPI) 10 mg  และ rifabutin 12.5 mg เพื่อใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อ H. Pylori ในผู้ใหญ่ รูปแบบยาเป็น Delayed-Release Capsules คือ จะไม่มีการปลดปล่อยยาออกมาทันทีหลังรับประทานยา แต่จะปลดปล่อยยาภายหลังจากที่รับประทานยาไปได้ระยะเวลาหนึ่ง โดยรับประทานครั้งละ 4 แคปซูล ทุก 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 14 วัน ไม่ควรเคี้ยวเม็ดยาหรือรับประทานยานี้ร่วมกับแอลกอฮอล์

สำหรับอาการข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ยานี้ ยกตัวอย่างเช่น คลื่นไส้อาเจียน, ปวดศีรษะ, ปวดท้องและมีผื่นคัน เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันยานี้ยังไม่มีจำหน่ายในไทยนะคะ แต่คาดว่าจะวางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาต้นปี 2020 นี้ ส่วนราคาจะสูงขนาดไหน ต้องติดตามค่ะ ซึ่งหากมองข้อดีของยาตัวนี้ อาจจะช่วยลดปัญหาเรื่องความไม่ร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วยลงได้ด้วย เพราะผู้ป่วยต้องทานยาหลายชนิดพร้อมกันแต่ก็ต้องทาน 4 เม็ดพร้อมกัน ข้อเสียอาจจะมีข้อจำกัดหากต้องปรับขนาดยา และหากมีอาการแพ้ยาอาจทำให้ยากต่อการประเมิน แต่อย่างไรก็ตาม น่าจะเป็นยาที่ดีและน่าจับตามองอีกชนิดหนึ่ง สำหรับผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อ H. Pylori

แปลและเรียบเรียงโดย  อยู่กับยา

แหล่งที่มา : www.drugs.comhttps://www.redhillbio.com/, https://www.aafp.org/

Facebook Comments

You may also like