น้อยคนนักที่จะดูข้อมูลโภชนาการข้างกล่องหรือขวดของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด สำหรับใครที่ดูก่อนค่อยตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ขอทายว่า คุณคงเป็นคนรักสุขภาพแน่ ๆ 

ทำไมถึงห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด

m150_3

เคยสังเกตมั้ยคะว่า ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะมีข้อมูลโภชนาการบอกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณไขมัน โปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อชีวิตของเราอย่างไร? วันนี้ทีมงานอยู่กับยาจะมาเล่าให้ฟังกันค่

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเครื่องดื่มชูกำลังหรือ Energy drink โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณผู้ชาย เพราะเป็เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ตาสว่างเวลาง่วงได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่นักศึกษาบางคนจะค่อนข้างสนิทกับเครื่องดื่มชูกำลังนี้เป็นอย่างยิ่งในเวลาใกล้สอบหรือเวลาทำงานยันเช้า ฮ่าๆ

แล้วมีใครรู้บ้างมั้ยเอ่ย ทำไมข้างขวดถึงต้องเตือนว่า…

ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เพราะหัวใจจะสั่น นอนไม่หลับ เด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรดื่ม ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์ก่อน

มาเช็คส่วนประกอบของเครื่องดื่มชูกำลังกันดีกว่า

m150_1

ก่อนอื่นคุณต้องรู้ส่วนประกอบของเจ้าเครื่องดื่มชูกำลังนี้ก่อนค่ะว่ามีอะไรบ้าง แน่นอนเลยว่า เวลาอยากให้ตาสว่าง หลายคนคงนึกถึงกาแฟ แล้วสิ่งที่อยู่ในกาแฟ ซึ่งช่วยให้ไม่ง่วง นั่นก็คือ “กาเฟอีน หรือ คาเฟอีน”

องค์การความปลอดภัยของอาหารแห่งยุโรป (European Food Safety Authority) แนะนำว่า

ผู้ใหญ่ควรบริโภคกาเฟอีนไม่เกินครั้งละ 200 มิลลิกรัม และไม่เกินวันละ 400 มิลลิกรัม เพราะอาจทำให้เกิดกาเฟอีนเป็นพิษ (Caffeine toxicity) ซึ่งจะมีอาการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางมากเกินไป กระสับกระส่าย พูดจาสับสน ปวดท้อง หัวใจเต้นแรง และอาจเสียชีวิตได้

ส่วนองค์การด้านสูตินรีเวชแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Congress of Obste trics and Gynecology, ACOG) แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคกาเฟอีน ถ้าจำเป็นต้องบริโภคไม่ควรเกินวันละ 200 มิลลิกรัม (ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า กาเฟอีนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความพิการแต่กำเนิดของทารกในครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด และ น้ำหนักแรกคลอดของทารกต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ไม่มีการศึกษาในคนเนื่องจากผิดจริยธรรม

ยกตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มชูกำลัง A มีกาเฟอีนผสมอยู่ทั้งสิ้น 50 มิลลิกรัม ถ้าคุณดื่มวันละ 2 ขวดนั่นก็หมายถึง คุณบริโภคกาเฟอีนเข้าไปแล้ว 100 มิลลิกรัม และแน่นอนว่า ในหนึ่งวัน คุณคงไม่ดื่มแค่เครื่องดื่มชูกำลัง A เพียงอย่างเดียวแน่ๆ ซึ่งคุณอาจจะบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดอื่นที่มีกาเฟอีนผสมอยู่ด้วย ดังนั้น ในหนึ่งวันคุณอาจได้รับปริมาณกาเฟอีนที่มากเกิน 400 มิลลิกรัม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้นั่นเองค่ะ

แต่นอกเหนือจากเจ้ากาเฟอีนที่คุณต้องคำนึงถึงข้อมูลทางโภชนาการแล้วยังมีอีกหนึ่ตัวที่ควรนึกถึงนั่นก็คือ “น้ำตาล” ค่ะ

ประโยชน์ของน้ำตาลต่อร่างกาย

น้ำตาล เป็นสารให้ความหวานที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้านของการให้พลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลูโคสซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการให้พลังงานแก่สมอง และช่วยกระตุ้นการหลั่งของสารเคมีในสมอง ทำให้รู้สึก สดชื่น และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย

รู้หรือไม่ว่า ในแต่ละวัน คนเราไม่ควรรับประทานน้ำตาลเกินกี่ช้อนชา?

องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ปริมาณน้ำตาลไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับใน 1 วัน

และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันจึงแนะนำปริมาณน้ำตาลสำหรับประชากรโดยทั่วไปคือ ควรกินไม่เกิน 6 ช้อนชา

แต่เดี๋ยวก่อน.. ข้อมูลทางโภชนาการข้างกล่อง เขาแสดงหน่วยปริมาณไว้เป็นกรัมหนิ ไม่ใช่ช้อนชา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า 6 ช้อนชา เท่ากับ กี่กรัม?

ข้อมูลจาก สสส. บอกไว้ว่า “1 ช้อนชา เท่ากับ 4 กรัม” ดังนั้น วันหนึ่งไม่ควรกินเกิน 6 ช้อนชา ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ควรกินเกิน 24 กรัม นั่นเองค่ะ

จากข้อมูลดังกล่าวหากเรานำมาเทียบกับข้อมูลทางโภชนาการข้างขวดของเครื่องดื่มชูกำลัง ถ้าเครื่องดื่มชูกำลัง A มีน้ำตาลสูงถึง 26.5 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนชา สมมติว่าวันนี้คุณดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง A ไป 1 ขวด นั่นก็หมายถึง คุณบริโภคน้ำตาลไปแล้ว 6 ช้อนชา ซึ่งหมดโควต้าของการบริโภคน้ำตาลในหนึ่งวันไปแล้วค่ะ

เรียบเรียงโดย อยู่กับยา
แหล่งข้อมูล European Food Safety Authority, The American College of Obstetricians and Gynecologists, WHO, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

Facebook Comments