เวลาเข้าห้องน้ำ ใครมีพฤติกรรมอะไรที่ต้องทำเป็นประจำมั้ยคะ ลองนึกกันดู เพราะบางพฤติกรรมที่คุณอาจทำเป็นประจำ อาจกลายเป็นพฤติกรรมเสี่ยงป่วย ที่ไม่ควรทำเวลาเข้าห้องน้ำก็ได้

5 พฤติกรรมเสี่ยงป่วย ที่ไม่ควรทำเวลาเข้าห้องน้ำ

  • การเล่นโทรศัพท์มือถือหรือนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องน้ำ อาจทำให้ใช้เวลาเข้าห้องน้ำเกินความจำเป็น และส่งผลให้เชื้อโรคที่อยู่ในห้องน้ำ ซึ่งลอยฟุ้งในอากาศ อาจตกลงสู่พื้น และแพร่กระจายเชื้อโรคมาสู่คนได้ และนอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยระบุว่า หากนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือในห้องน้ำนานเกิน 3 นาที อาจก่อให้เกิดเส้นเลือดขอดในลำไส้ตรง (rectum) จนกลายเป็นโรคริดสีดวงได้

  • การล้างมือที่ไม่ถูกวิธี เนื่องจากประสิทธิภาพของการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ส่วนหนึ่งมาจากการล้างมือ ควรล้างด้วยน้ำสะอาด 7 ขั้นตอน ต่อเนื่องกันประมาณ 20-30 วินาที หรือาจร้องเพลง “็Happy birthday” ในใจจนจบ 2 รอบ 2 รอบ หรือเพลง ช้าง ช้าง ช้าง ของไทยเรา 2 รอบเท่านั้นเอง จะสามารถลดการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 90

wash hands

  • การใช้สบู่ก้อนล้างมือ อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ เนื่องจากสบู่ก้อนอาจผ่านการสัมผัสด้วยมือของหลายคน ทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในมือของแต่ละคนนั้น สามารถแพร่กระจายต่อกันได้ ถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดถาดหรือที่วางสบู่บ่อยๆแล้วก็ตาม

  •  ไม่เคยใช้ Hand sanitizer ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มือ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เจลแอลกฮฮอล์ ซึ่งไม่ควรมองข้าม และอาจพกติดตัวเพื่อใช้ทำความสะอาดมือแทนการล้างมือได้ หากไม่มีห้องน้ำในบริเวณใกล้เคียง

  • การใช้ผ้าเช็ดมือร่วมกันในครอบครัว เนื่องจากผ้าเช็ดมือที่ใช้ร่วมกันในบ้านฟรือในครอบครัว อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ ต่างจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะที่มีกระดาษชำระไว้สำหรับเช็ดทำความสะอาดหลังล้างมือเสร็จ ดังนั้น หากต้องใช้ผ้าเช็ดมือร่วมกัน ควรทำความสะอาดผ้าเช็ดมืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้น หากมีเด็กเล็กในบ้าน

บางคนอาจชอบใช้เวลาทำกิจกรรมหลายๆอย่างในห้องน้ำ แต่หารู้ไม่ว่า ห้องน้ำหากไม่ได้ดูแลความสะอาด อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแพร่กระจายสู่ร่างกายเราได้

ดังนั้น หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจเกิดจากการสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคท้องร่วง โรค ไข้หวัดใหญ่ โรคพยาธิ และโรคมือเท้าปาก เป็นต้น

แปลและเรียบเรียงโดย : อยู่กับยา

แหล่งที่มา : Health Magazine, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)

Facebook Comments